หวัง…ประชาคมอาเซียนช่วย ดับไฟใต้

30 เม.ย.

 ระหว่างลงพื้นที่ชายแดนใต้เมื่อหลายปีก่อน เคยถามคนที่นั่นว่า มีโอกาสเดินทางขึ้นกรุงเทพฯ หรือ ภาคใต้ตอนบนบ้างหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ “น้อยมาก” แต่ถ้าข้ามไปฝั่งมาเลเซียล่ะก็ “บ่อยครั้ง” เพราะนอกจากทางกายภาพ หรือ ระยะทางที่ไม่ห่างกันมากนักแล้ว เรื่องของการนับถือศาสนา หรือ ภาษาที่คล้ายคลึงกัน คือ ภาษามลายูถิ่น หรือ ภาษายาวี ที่ใช้กันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย คือ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี และบางอำเภอของจังหวัดสงขลา กับมลายูกลาง ที่ใช้กันในมาเลเซีย แทบไม่แตกต่างกัน ทำให้คน 2 ฝั่ง ต่างรู้สึกเป็นเหมือนพี่น้อง คนไทยมุสลิมจำนวนมาก ก็ข้ามไปทำงานในมาเลเซีย โดยเฉพาะตามร้านอาหารในมาเลเซีย หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม “ต้มยำกุ้ง”

                         

ถึงแม้ล่าสุดจะมีข้อมูลจากผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า ในจำนวนภาษาต่างประเทศ 11 ภาษาที่สพฐ.เปิดสอน ไม่นับรวมภาษาอังกฤษ ปรากฏว่า ภาษาจีน คือภาษาที่เด็กไทยให้ความสนใจมากที่สุด ตามมาด้วย ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจีน กำลังถูกมองว่า จะเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของรประชาคมโลก แต่ 3 ภาษานี้ คงไม่ใช่คำตอบ สำหรับเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่เกิดมากับภาษามลายูถิ่น หรือยาวี ซึ่งใช้ในการพูดคุยสื่อสารในพื้นที่

           

ส.ส.ประชาธิปัตย์ พีรยศ ราฮิมมูลา ในฐานะคนในพื้นที่ เพราะเกิดที่อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า เด็ก ๆ มุสลิม เริ่มต้นการสื่อสารด้วยภาษามลายูถิ่น หรือ ยาวี แต่เมือพวกเขาเข้าเรียน ภาษาไทยจะกลายมาเป็นภาษาที่ 2 ตามด้วยภาษาอังกฤษ ขณะที่เด็ก ๆ กลุ่มนี้ต้องอ่านอัลกุรอ่าน ทำให้พวกเขาต้องศึกษาภาษาอาหรับ เป็นภาษาที่ 4 ไปพร้อมกัน

ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อ.พีรยศ หวังว่า เมื่อประเทศไทยและเพื่อนบ้านอีก 9 ชาติจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ด้วยสิ่งแวดล้อม และสภาพสังคมเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป การไปมาหาสู่และข้ามฝั่งไปทำงานได้ สะดวกมากขึ้น เมื่อบวกกับความได้เปรียบเรื่องภาษาของเด็กมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ จะส่งผลให้กลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส และเคยถูกชักจูงเข้าไปสู่กลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ได้ง่าย ได้มีโอกาสในชีวิตมากขึ้น เมื่อโลกทัศน์กว้างขึ้น โอกาสมากขึ้น ภาครัฐให้ความใส่ใจ จึงหวังว่าพวกเขาน่าจะมีทางเลือกมากขึ้นตามไปด้วย “””

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “หวัง…ประชาคมอาเซียนช่วย ดับไฟใต้”

  1. popeye พฤษภาคม 1, 2012 ที่ 8:09 am #

    จะเห็นได้ว่าคน3จังหวัดชายเเดนภาคใต้มีความผูกพันธ์กันอย่างมากกันคนมาเลเชีย เหมือนเป็นพี่น้องกัน ฉะนั้นเมื่อเปิดเสรีอาเซี่ยน มันยิ่งเปิดโอกาสให้คนมุสลิมยิ่งมีโอกาสทำงานและค้าขายกันสะดวกยิ่งขึ้น และไม่ไกลจากบ้านเท่าไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: