วีดีโอ

บำนาญประกันสังคม

8 ต.ค.

Paste a Video URL

ต้นปี 2557 นี้ จะเป็นปีแรกที่ผู้ประกันตนบางส่วน จะมีสิทธิได้รับเงินบำนาญจากกองทุนชราภาพ ในสำนักงานประกันสังคม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

เงินส่วนนี้ มีเป้าหมายสำคัญให้เรานำไปใช้เพื่อยังชีพในยามที่เราเกษียณจากการทำงาน แต่จะเพียงพอสำหรับการยังชีพในช่วงชีวิตบั้นปลายหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่น่าคิด

ขอบคุณรายการ nation x files ทาง nation channel

กรอบหลักสูตรกลางอาเซียน

12 มิ.ย.

เดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน (ASEAN Education Ministers Meeting :ASED) ที่ประเทศอินโดนีเซีย สิ่งที่น่าจับตาคือ ความคืบหน้าในการจัดทำหลักสูตรกลางอาเซียน หรือ ASEAN Curriculum Sourcebook ซึ่งสื่บเนื่องจากที่ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน ได้มีข้อตกลงร่วมกันพัฒนาหลักสูตรกลางอาเซียนให้สำเร็จ ซึ่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณงค์ บอกว่า เป็นข้อตกลงให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลา 3 ปี ( ปี 2556-2558) โดยจะร่วมกันทำกรอบหลักสูตรในวิชาที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมถึงถึงเอกลักษณ์ของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นต้น

 

 

ปลัดกระทรวงศึกษาฯ บอกว่า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อใช้สำหรับจัดการเรียนการสอนแก่ผู้เรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1- มัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเสนอขอเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมผู้รับผิดชอบทำกรอบหลักสูตร โดยจะเชิญผู้แทนจากประเทศสมาชิกประเทศละ 2 คนมาร่วมกันวางแผน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ ขณะเดียวกันก็จะจัดทำหลักสูตรค่ายเยาวชนอาเซียนเพื่อให้นักเรียนมาร่วมเข้าค่ายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละประเทศ

ประเด็นสำคัญ คือ ต่อจากนี้เราจะต้องพัฒนาตัวชี้วัดใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องความสำเร็จทางการศึกษา เรื่องของอัตราประชากรที่รู้หนังสือของประเทศเพราะตัวเลขที่มีอยู่นั้น ยังเป็นสถิติเก่าซึ่งเบื้องต้น ศธ.ได้ประสานกับสำนักงานสถิติแห่งชาติเพื่อหารือแนวทางที่จะสำรวจและทำสถิติอัตราการรู้หนังสือของประชากรใหม่ รวมทั้งจะต้องพัฒนาตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นผลสำเร็จของการเรียนสายอาชีพ ที่สะท้อนให้เห็นการนำความรู้เพื่อไปใช้ประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง   ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้จะเสนอที่ประชุมด้วยว่าทุกประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนควรจะดำเนินการเรื่องเหล่านี้เพื่อจะได้ข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวเนชั่น

เด้ง ผู้การแต้ม !!!

2 มิ.ย.

นอกจากพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตร.นครบาล ที่ถูกสั่งให้มาช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเวลา 30 วัน หลังไม่สามารถเปิดเส้นทางให้ส.ส.เข้าประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดองวานนี้ได้แล้ว

ล่าสุด มีรายงานเข้ามาเมื่อ 11.50 น.ว่า มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น.มาช่วยราชการสตช.30 วัน เป็นรายที่ 2 เบื้องต้นยังไม่มีการชี้แจงสาเหตุที่ชัดเจน

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย บอกว่า ไม่น้อยใจ และไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังเชื่อว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเจรจากับผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ

มีรายงานว่า คำสั่งเด้ง! พล.ต.ท.วินัย วานนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ไม่สามารถดูแลเปิดทางให้ส.ส.เข้าไปประชุมสภาฯ เพือ่พิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดอง วานนี้ได้สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ในช่วงบ่าย พล.ต.ท.วินัย บัญชาการอยู่ที่แยกขัตติยานี ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเข้าสู่อาคารรัฐสภาได้ทางประตู 3 ด้วยตัวเอง จนทำให้รถตู้ที่บรรทุกส.ส.พรรคเพื่อไทย รวม 20 คัน ที่ออกเดินทางจากพรรคเพื่อไทย เพื่อไปประชุมสภาฯ ในช่วงบ่าย ต้องวกรถกลับ หลังออกจากพรรคได้เพียง 10 นาที เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเข้าปิดทางเข้า-ออก ทุกทาง รวมถึงบริเวณแยกขัตติยานีได้สำเร็จ จนทำให้มีรายงานว่า ส.ส.หลายคนไม่พอใจ และรายงานตรงไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก่อนมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง มารักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแทนเป็นเวลา 30 วัน เพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นัดชุมนุมกันอีกครั้งในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ และประกาศยกระดับการชุมนุมขึ้นเป็นการขับไล่รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่มั่นใจว่า หากให้พล.ต.ท.วินัย นั่งเก้าอี้ ผบช.น.ในช่วงนี้ต่อไป จะควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่

ขณะที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต มองว่า การโยกย้ายพล.ต.ท.วินัย เพราะไม่ต้องการให้มีประวัติมัวหมอง หากเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่คาดฝันในช่วง 30 วันนี้ เพราะหากย้อนดูจะพบว่า พล.ต.ท.วินัย มีศักดิ์เป็นหลานเขยของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และการให้พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ซึ่งถือถูกมองว่าเป็นมือปราบสายเดี่ยว มารักษาการแทน เป็นเหมือนการส่งสัญญานที่น่าเป็นห่วงในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานทางการเมือง

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวเนชั่น

สภาฯป่วนอีกรอบ!!! ลงมติเลื่อนกม.ปรองดองฯ

31 พ.ค.

สภาฯ เกิดเหตุวุ่นวายอีกรอบในวันนี้ โดยเมื่อเวลา 16.30 น.ที่ประชุมสภาฯ ได้กลับมาพิจารณาในญัตติของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ขอให้เลื่อนระเบียบวาระประชุม เรื่องด่วนที่ 27-30 ว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ… (พ.ร.บ.ปรองดอง) อีกครั้ง โดยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ได้แจ้งมติการหารือระหว่างประธานสภาฯ และประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ จำนวน 35 คณะว่าที่ประชุมมีมติ 22 ต่อ 1 ว่าร่าง พ.ร.บ.ปรองดองไม่ใช่ร่างกฎหมายว่าด้วยการเงิน แต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกประท้วง และขอให้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ในสภาฯ ได้ซักถามถึงประเด็นการหารือ โดยนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ส่วนตัวสงสัยในประเด็นการคืนเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกศาลสั่งให้ยึดทรัพย์ จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ว่าต้องนำเงินภาษีของประชาชนคืนให้หรือไม่

จากนั้นเกิดการอภิปรายและประท้วงกันระหว่าง ส.ส.2 ฝ่าย ก่อนที่นายสมศักดิ์ ประธานสภาฯ จะตัดบท ให้ลงมติ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเลื่อนร่างกม.ปรองดองขึ้นมาพิจารณาก่อน ด้วยเสียง 272 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง …………………ตามด้วยความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2

นอกจากเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ สถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร หากต่างฝ่ายต่างดึงดันเดินหน้าตามความต้องการของตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา!!!!!!!

ขอบคุณข้อมูล จากสำนักข่าวเนชั่น

“แม่ซูจี” ของคนพม่า

31 พ.ค.

ก้าวแรกของการเดินทางออกนอกพม่าเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ของนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในพม่า ถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อประเทศแรกที่นางซูจี เดินทางมาคือประเทศไทย เพื่อข้าร่วมประชุม World Economic Forum on East Asia หรือ เวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ไม่ว่าเธอจะก้าวไปที่จุดไหนของประเทศไทย สื่อทั้งไทยและเทศจะเกาะติดความเคลื่อนไหวของเธออย่างกระชั้นชิด ซึ่งจุดแรกที่นางอองซาน ซูจี เลือกเดินทางไปคือ การไปพบปะกับแรงงานพม่า ในต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ท่ามกลางการต้อนรับอันอบอุ่นของแรงงานพม่าในไทย ที่พากันออกมารอรับ “แม่ซูจี”กันอย่างล้นหลาม

 

การเดินทางมาครั้งนี้ของนางอองซาน ซูจี นำมาซึ่งความยินดีของเหล่าแรงงานพม่าในไทย บางคนที่มาต้อนรับถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ บางคนถือป้ายรูปนางซู จี และป้ายพร้อมข้อความว่า”เราต้องการกลับบ้าน”

สปอร์ตไลท์แรก นอกจากจับจ้องไปที่ตัวของนางซูจี แล้ว ยังพุ่งเป้าไปที่ แรงงานพม่าในไทย ให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า คนพม่านับล้านคนที่เข้ามาขายแรงงานในไทย มีความเป็นอยู่อย่างไร ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกกดขี่ อย่างไรหรือไม่

 

คำปราศรัยแรกของนางซูจี เต็มไปด้วยความนอบน้อม โดยเธอร้องขอขอให้แรงงานพม่า ซึ่งมีอยู่นับล้านคนในประเทศไทย “รู้จักการให้เกียรติประเทศไทยและคนไทย อย่าได้สร้างปัญหาให้กับประเทศไทย ต้องทำงานให้ดีๆ เป็นคนดี ถ้ามีอะไร
ก็ขอให้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในประเทศไทย อยู่เมืองไทยต้องรู้รักษาความสงบภายในบ้านเมืองของคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ขอให้รักประเทศไทยเหมือนกับรักประเทศพม่า และการทำงานก็ต้องทำให้เต็มที่ ช่วยกันดูแลเมืองไทยให้ดี” แต่เธอก็ทิ้งท้ายว่า แม่ซูจี จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ในเมืองไทยดูแลแรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

หลังพบแรงงานพม่าที่จ.สมุทรสาคร นอกเหนือจากภารกิจการประชุม WEF แล้ว วานนี้ นางอองซาน ซูจี ได้เข้าพบกับผู้นำฝ่ายค้านของไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามด้วยการเข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ของไทย ซึ่งหนีไม่พ้นถึงการทวงถามถึงหลายเรื่องที่เกี่ยวกับอนาคตของแรงงานพม่าในไทย หลังจากนี้

 

ก้าวย่างของนางอองซาน ซูจี หลังได้รับอิสรภาพ และได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.ฝ่ายค้าน ในทุกวินาที ของเธอ จึงน่าจับตา ว่าเธอจะเดินเกมอย่างไร และจะส่งผลดีต่อคนพม่าที่รักและศรัทธาเธอเหมือนกับแม่แท้ ๆ ซึ่งกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยนับล้านคนในฐานะคนงาน ที่ไทยเองก็ต้องพึ่งพาคนกลุ่มนี้ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันอย่างไร ขณะที่พม่า ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของไทยในอาเซียน ก็กำลังมีความเปลี่ยนแปลงอันน่าระทึกใจอยู่ทุกขณะ

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซด์มติชน

ภาพจาก @WattaneeNYY  / @Puijimta

คลิปสภาป่วน !!!

30 พ.ค.

เหตุสภาป่วนเย็นวันที่ 30 พ.ค.หลังประธานสภาฯ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ พยายามรวบรัดให้ลงมติเลื่อนวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายตามมา ถึงขั้นส.ส.ฝ่ายค้าน ลุกไปรุมล้อมประธานสภาฯ และพยายามแย่งเก้าอี้ ปธ.สภาฯ

ภาพขณะ เจ้าหน้าที่เข้าอารักขาประธานสภาฯ ก่อนพักการประชุม

ขอบคุณภาพจาก @kasem_ ช่างภาพ nation channel

“บิ๊กบัง” แจงเหตุเสนอกม.ปรองดองฯ

28 พ.ค.

หลังจากีที่มีร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ ฉบับของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งมีเนื้อหาใจความโดยสรุปคือล้มล้างคดี และคำตัดสินทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นอันมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง เริ่มกันตั้งแต่ 15 ก.ย.2548 เรื่อยไปจนถึง 10 พ.ค.2554 ไปนอนรอการพิจารณาอยู่ในสภาฯแล้ว วันนี้ก็มีร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ อีก 3 ฉบับ ถูกเสนอโดยส.ส.พรรคเพื่อไทย 2 ฉบับ ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรนักจากร่างฉบับแรกที่เสนอโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินและส.ส.อีก 34 คน แต่สำหรับร่างสุดท้ายของส.ส.แกนนำนปช.ย่อมแตกต่างจาก 3 ร่างแรก ตรงที่ประกาศจุดยืนว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับคนที่สั่งฆ่าประชาชน และจะไม่นิรโทษกรรมให้กับคดีก่อการร้าย>>

ไม่ต้องสงสัยว่า ….การเสนอร่างฉบับนี้ น่าจะพอซื้อใจคนเสื้อแดงที่เริ่มคิดทบทวนถึงการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของตัวเอง ว่า ต่อไปพอจะสนับสนุนร่างกม.ฉบับนี้หรือไม่ หลังต้องแลกกับการ ที่พวกเขาต้องหอบลูกจูงหลานมานอนกลางถนนใจกลางกรุงเทพฯ อย่างย่านราชประสงค์เป็นแรมเดือน แบบหลับไม่เต็มตื่น ยอมเสียเลือดเสียเนื้อ เพื่อแลกกับประชาธิปไตย และสู้กับพวกอำมาตย์ แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่ ร่างกม.เพื่อความปรองดอง ซึ่งคนเสื้อแดงกลุ่มนี้จะต้องคืดว่า พวกเขาจะได้อะไร นอกจากเงินเยียวยาที่ได้รับไปก่อนหน้านี้แล้ว และที่สำคัญ เมื่อร่างกม.ฉบับนี้ เข้าไปพิจารณาในสภาฯ แล้ว เสียงส่วนใหญ่จะเอาด้วยหรือไม่???

แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้น เราไปฟังจุดยืนของพล.อ.สนธิ ในฐานะอดีต ประธานคมช.ผู้ก่อการรัฐประหาร 19 กันยา ว่าทำไม วันนี้ เขากลับมาเสนอกฏหมายล้มล้างสิ่งที่ทำมาเอง พร้อมกับการตอบคำถามว่า งานนี้รับจ็อบใคร ที่อยู่นอกประเทศมาหรือไม่

ขอบคุณคลิปภาพจาก NNANEWS